Welcome Guest Advertise with Us | Active Topics | Members | Log In | Register

Thailand Real Estate & Property Forum (คอนโด,บ้าน) » Townhouse / Townhome - ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม » Ngamwongwan / Pakkred / Khae Rai Area » Supalai Ville Wongsawang » มาเริ่มศึกษา พรบ.บ้านจัดสรรกัน

มาเริ่มศึกษา พรบ.บ้านจัดสรรกัน Options
Ole'
Posted: Tuesday, February 23, 2010 11:07:16 PM

Rank: Member
Groups: Member

Joined: 28/06/2008
Posts: 229
Location: นนทบุรี
สวัสดีครับ ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่อยากจะเห็นสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านเรา ชาวศุภาลัย วิลล์ วงศ์สว่าง อยู่และพักอาศัยกันได้อย่างสงบ สบาย เรียบร้อยไม่มีเรื่องไม่มีราวใดๆ ก็คล้ายๆกับทุกๆท่านล่ะนะครับ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรายังไม่ได้รับมอบนิติบุคคลจากศูภาลัย ก็ต้องสู้กันต่อไป เพราะนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เราๆทุกท่านจะต้องร่วมกันรับผิดชอบหากว่าวันนี้ยังไม่เรียบร้อยกันในหลายๆเรื่อง แล้วเผลอไปเซ็นรับเข้า ไม่ว่าจะเป็นพื้นถนนร้าว ท่ออุดตัน ฝาท่อ main ถนนแตกร้าว ขนาดของท่อน้ำทิ้ง main ถนน ว่าได้ขนาดหรือไม่ และอื่นๆอีกมากๆ เพราะนั่นเป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น มาเริ่มแรกจาก "นิติบุคคล…หมู่บ้านจัดสรร" กันก่อน

นิติบุคคล…หมู่บ้านจัดสรร
วัน: อาทิตย์ 02 มี.ค. 08@ 23:12:06 ICT
หัวข้อ: ความรู้ คู่คิด คือความรู้ทางกฏหมาย


ชีวิตในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ ๆ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ฯลฯ ในยุคปัจจุบันนั้น การที่คุณอยากจะสร้างบ้านด้วยการออกแบบและว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างมาเนรมิตบ้านในฝันตามรูปแบบของคุณ ซึ่งย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ในประเทศ ในจังหวัดเหมือนในอดีตนั้นทำได้ยากแล้วครับ ถ้าคุณไม่ใช่เศรษฐีร้อยล้าน หรือบุญหล่นทับถูกรางวัลล็อตเตอรี่รี่หลาย ๆครั้ง ดังนั้นโครงการบ้านจัดสรรจึงเป็นทางเลือกสำคัญของผู้อยากมีบ้านเป็นของตนเอง โดยเฉพาะคุณที่กำลังสร้างครอบครัว และเมื่อคุณเข้าไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร คุณต้องปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท ของการอาศัยอยู่ในหมูบ้านจัดสรรที่น่าสนใจทีเดียวครับ...


นิติบุคคล…หมู่บ้านจัดสรร
โดย ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช
น.บ. , น.บ.ท. , น.ม.
ชีวิตในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ ๆ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ฯลฯ ในยุคปัจจุบันนั้น การที่คุณอยากจะสร้างบ้านด้วยการออกแบบและว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างมาเนรมิตบ้านในฝันตามรูปแบบของคุณ ซึ่งย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ในประเทศ ในจังหวัดเหมือนในอดีตนั้นทำได้ยากแล้วครับ ถ้าคุณไม่ใช่เศรษฐีร้อยล้าน หรือบุญหล่นทับถูกรางวัลล็อตเตอรี่รี่หลาย ๆครั้ง ดังนั้นโครงการบ้านจัดสรรจึงเป็นทางเลือกสำคัญของผู้อยากมีบ้านเป็นของตนเอง โดยเฉพาะคุณที่กำลังสร้างครอบครัว และเมื่อคุณเข้าไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร คุณต้องปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท ของการอาศัยอยู่ในหมูบ้านจัดสรรที่น่าสนใจทีเดียวครับ

ผู้จัดสรร & ผู้อยู่อาศัย
หลายท่านอาจจะคิดว่าการอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ทุกคนต้องออกไปทำมาหากินแต่เช้า กลับมาก็เย็นย่ำค่ำมืดแล้วดังนั้นจึงไม่มีเวลาไปสนใจใส่ใจกับเรื่องของหมู่บ้านหรอก หรือในเมื่อดิฉัน หรือกระผมจ่ายเงินซื้อบ้านไปแล้วทำไมจะต้องมีเรื่องวุ่นวายอีก แหม…คุณครับถ้าผู้จัดสรรหรือเจ้าของโครงการเขาทำหน้าที่ของเขาในการดูแลสาธารณูปโภค สาธารณูปการ เช่น ถนนเข้าหมู่บ้าน ท่อประปา ท่อระบายน้ำ สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ ฯลฯ สารพัดที่เป็นเรื่องของส่วนกลางเป็นอย่างดี ประกอบกับผู้อยู่อาศัยทุกหลังทุกบ้านทำหน้าที่ของตนด้วยการชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางอย่างพร้อมเพรียงกัน และเพียงพอที่จะใช้จ่ายดูแลทรัพย์สินส่วนกลางคงไม่มีปัญหาที่คุณต้องใส่ใจเรื่องราวของหมู่บ้านหรอกครับ
คุณผู้อ่านบางคนเริ่มขมวดคิ้วตั้งคำถามกับผมแล้วครับว่า ทำไมต้องจ่ายเงินค่าดูแลรักษาสาธารณูปโภคเหล่านั้นในเมื่อคุณจ่ายเงินค่าซื้อบ้านไปแล้ว ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นก็ให้เจ้าของหมู่บ้านเขาดูแลไปสิจ๊ะ ไม่ได้ครับ เพราะ พ.ร.บ.บ้านจัดสรรเขาระบุไว้ว่า “บ้านจัดสรร คือการที่”ผู้จัดสรร” หรือ “เจ้าของโครงการ” ไปสรรหาที่ดินมาจัดแบ่งหรือจัดสร้างหมู่บ้านแล้วแบ่งขาย โดยสาธารณูปโภคส่วนกลางเช่น ถนน สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ ฯลฯ จะตกเป็นภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลง ซึ่ง “ผู้จัดสรร” หรือ “เจ้าของโครงการ” มีหน้าที่บำรุงรักษา จัดการดูแลโดยมีสิทธิเก็บเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้อยู่อาศัย” เห็นไหมครับทุกคนมีหน้าที่ของตนเองครับ ไม่ใช่จ่ายเงินซื้อบ้านแล้วจบเลยนะจ๊ะ

ไม่มีผู้ใหญ่บ้าน…แต่มีนิติบุคคล
หากผู้จัดสรรหรือเจ้าของโครงการปล่อยปละละเลยสาธารณูปโภคหรือ ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ การดูแลรักษา และบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง ทั้ง ๆ ที่ผู้อยู่อาศัยจ่ายเงินค่าส่วนกลาง หรือบรรดาผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรรนั้น ๆ เห็นพ้องต้องกันว่าการบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลางของเจ้าของโครงการไม่โปร่งใสจึงไม่น่าไว้ใจให้บริหารส่วนกลางต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้กฎหมายก็เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อหรือผู้อยู่อาศัยไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโครงการมีมติจัดตั้ง “นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร” แล้วแต่งตั้งตัวแทนยื่นคำขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด
หลังจากนั้นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรก็จะรับโอนทรัพย์สินส่วนกลาง ทรัพย์สินสาธารณูปโภคจาก “ผู้จัดสรร” หรือเจ้าของโครงการมาบริหารจัดการได้เลย รวมทั้งอำนาจหน้าที่ในการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการดูแลจัดการสาธารณูปโภคภายในหมู่บ้านจากสมาชิก แต่การทำงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต้องอยู่ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งควบคุมโดยที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกผู้ซื้อบ้านนั่นแหละครับ เหมือนระบอบการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเปี้ยบเลยครับผม

หน้าที่ของกรรมการหมู่บ้านจัดสรร
กรรมการหมู่บ้านจัดสรรมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกหมู่บ้านครับ โดยทำหน้าที่ในการกำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสาธารณูปโภคเช่น การใช้สโมสร การใช้สระว่ายน้ำ ฯลฯ กำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการจราจรภายใน เช่น ห้ามส่งเสียงดังหลังเวลา 20.00 น. ห้ามเลี้ยง:)ที่อาจเกิดอันตรายแก่เพื่อนบ้าน ห้ามจอดรถบนทางเท้า ฯลฯ แม้แต่การยื่นคำร้องทุกข์หรือเป็นโจทก์ฟ้องแทนสมาชิกเกี่ยวกับกรณีที่กระทบสิทธิหรือประโยชน์ของสมาชิกจำนวนตั้งแต่ 10 รายขึ้นไป เช่น มีคนนำรถบรรทุกมาปิดทางเข้าหมู่บ้าน หรือความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็น น้ำเน่า เสียงดังจากโรงงานที่อยู่ใกล้เคียงหมู่บ้าน เป็นต้น
ดังนั้นผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการหมู่บ้านจัดสรรจึงจำเป็นต้องมีวิญญาณของการเสียสละ มีจิตสำนึกสาธารณะ ทำงานด้วยความโปร่งใส และเมื่อไหร่ก็ตามที่กรรมการคนใดคนหนึ่งนำเงินส่วนกลางไปใช้ส่วนตัวก็จะมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ทันที โทษถึงติดคุกและต้องชดใช้หนี้ทั้งหมดคืนให้กับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรด้วยนะครับ

หน้าที่ของผู้อยู่อาศัย
หากคุณผู้อ่านเข้าไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรโดยมีจุดมุ่งหมาย (แปลก ๆ) คือเพื่อต้องการ หลีกหนีจากสังคม ญาติพี่น้อง ผู้คน และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร…ถึงได้มาซื้อบ้านท่ามกลางคนที่ไม่รู้จักนี่ไงจ๊ะ หรือยึดความคิดที่ว่า “ตูไม่ยุ่งกับใคร ใครก็อย่ามายุ่งกับตู ไม่อยากเกี่ยวพันกับใครเพราะธุระก็ไม่ใช่…ตูอยู่เฉย ๆ ในบ้านดีกว่า” แบบนี้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของคุณแน่นอนครับ เพราะกฎหมายระบุว่าผู้ซื้อบ้านจัดสรร หรือที่ดินจัดสรรทุกรายจะกลายเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยอัตโนมัติ เพื่อร่วมเสนอแนะกฎเกณฑ์การอยู่อาศัย การใช้พื้นที่ส่วนกลาง ฯลฯ (ซึ่งหมายความว่าคุณก็ต้องมีหน้าที่ไปประชุมในที่ประชุมใหญ่ของหมู่บ้านครับ)
และหากบ้านหลังไหน ที่ดินผืนไหนยังไม่มีใครซื้อ ก็ให้เจ้าของโครงการหรือผู้จัดสรรทำหน้าที่เป็นสมาชิกแทนไปก่อน ซึ่งหน้าที่สำคัญของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัสรรคือการจ่ายเงินค่าส่วนกลางเป็นรายเดือนแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อนำเงินที่ได้ไปบริหารจัดการสาธารณูปโภค หรือทรัพย์สินส่วนกลาง อาทิ ถนน ท่อระบายน้ำ สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ สโมสร ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่สมาชิกหมู่บ้านสามารถใช้งานได้นั่นแหละครับ

ค่าส่วนกลาง…จ่ายตามขนาดพื้นที่ / ประเภทใช้งาน
อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกว่าการทำหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการหมู่บ้านและที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหมู่บ้านในทุกเรื่อง โดยเฉพาะการกำหนดอัตราการเรียกเก็บเงินค่าส่วนกลางรายเดือนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหมู่บ้านนะครับ (ดังนั้นคุณผู้อ่านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ควรจะเข้าประชุมสมาชิกหมู่บ้านทุกครั้งเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของคุณครับ) โดยอัตราค่าเรียกเก็บเงินค่าส่วนกลางมักจะเท่า ๆ กันในหมู่บ้านจัดสรรที่มีขนาดเท่ากันและใช้ประโยชน์จากบ้านเพื่อการอยู่อาศัยอย่างเดียว
แต่สำหรับหมู่บ้านจัดสรรที่มีบ้านขนาดแตกต่างกันไป เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด คฤหาสน์ ฯลฯ เจ้าของบ้านขนาดแตกต่างกันก็มีหน้าที่จ่ายเงินค่าส่วนกลางในอัตราที่เพิ่มขึ้นตามขนาดของพื้นที่ หรือหากนำบ้านไปทำเป็นร้านอาหาร โรงเรียนอนุบาล เปิดบริษัท ฯลฯ ซึ่งเป็นการใช้งานที่นอกเหนือจากการอยู่อาศัย ก็ต้องจ่ายค่าส่วนกลางที่ต่างออกไป ซึ่งก็แล้วแต่จะตกลงในที่ประชุมใหญ่ประจำหมู่บ้านครับ

เมื่อจ่ายค่าส่วนกลาง…ล่าช้า
ตามกฎหมายหมู่บ้านจัดสรรนั้นนะครับ เขากำหนดละเอียดละออไปจนถึงว่าถ้าสมาชิกหมู่บ้านจ่ายเงินค่าส่วนกลางล่าช้า ก็จะถูกปรับตามอัตราที่กำหนดจากที่ประชุมใหญ่ (เห็นไหมครับว่าคุณควรเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง) ถ้าค้างการชำระค่าส่วนเกิน 3 เดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค เช่นห้ามใช้สวนสาธารณะ ห้ามใช้สโมสรหรือสระว่ายน้ำ ฯลฯ แต่ก็ยังไม่ถึงกับการห้ามใช้ถนน หรือห้ามเอารถเข้าออก หมู่บ้านนะครับ เนื่องจากเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของเขา และหากคุณค้างชำระค่าส่วนกลาง 6 เดือนขึ้นไป คราวนี้เรื่องใหญ่เลยครับเพราะคุณจะถูกระงับสิทธิในการจดทะเบียนเพื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จนกว่าคุณจะจ่ายค่าส่วนกลางหรือเงินค่าบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภคที่ค้างไว้จนหมดเสียก่อนครับ
นอกจากนี้ถ้าหากคุณอยู่ในภาวะที่ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินก้อนแรกต้องนำมาใช้หนี้ในส่วนของค่าส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรรก่อนนะครับ เนื่องจากหนี้ค้างชำระค่าส่วนกลางเป็นหนี้บุริมสิทธิ์เหนือทรัพย์สินครับผม ไม่ว่าคุณจะมีนิสัยแบบไหน และอาศัยอยู่ในหมู่บ้านขนาดเล็ก ๆ หรือหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยคฤหาสน์ของบรรดาเศรษฐีก็ตาม คุณควรเคารพกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันโดยไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นเขา ที่สำคัญกรุณาเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาชิกหมู่บ้านทุกครั้งนะครับเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคุณเอง ก่อนจะนึกเสียดายภายหลังว่า “รู้อย่างนี้ไปประชุมตั้งแต่แรกก็ดี” สวัสดีครับ

**********************************

(ล้อมกรอบ)
ข้อควรปฏิบัติของชาวหมู่บ้านจัดสรร
• ถ้าค้างชำระค่าส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรรเกิน 3 เดือน อาจถูกระงับการให้บริการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค
• ถ้าค้างชำระค่าส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรรเกิน 6 เดือน จะถูกระงับสิทธิในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
• ควรเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำหมู่บ้านทุกครั้ง หรือพยายามเข้าร่วมประชุมวาระด่วน วาระจร ฯลฯ เพื่อประโยชน์ของท่านเอง

บทความนี้มาจาก ประมาณ.คอม บริษัทอาณาจักรกฎหมาย จำกัด
http://www.pramarn.com/pramarn

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://www.pramarn.com/pramarn/modules.php?name=News&file=article&sid=23

Ole'
Posted: Tuesday, February 23, 2010 11:35:29 PM

Rank: Member
Groups: Member

Joined: 28/06/2008
Posts: 229
Location: นนทบุรี
ส่วนนี้ก็น่าสนใจ เผื่อเป็นทางเลือกถ้ามีแต่เรื่องยุ่งๆ จ้างบริษัทมาทำซะเลย ฮิฮิ Bad Grin Bad Grin Bad Grin

http://www.hbirm.co.th/service.html

ลองเข้าไปดูครับ ว่ามันมีแบบนี้ด้วย
Lek999
Posted: Tuesday, February 23, 2010 11:55:27 PM

Rank: Newbie
Groups: Member

Joined: 21/12/2009
Posts: 38
Location: Nondhaburi
ขอบคุณ คุณOle' ที่นำความรู้มาเผยแพร่ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นต่อไปของชาววิลล์ ทั้งหมดเพื่อความสงบสุขร่วมกัน เพราะเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่เรื่องของคนหนึ่งคนใด
พ่อน้องตูน
Posted: Wednesday, February 24, 2010 12:08:42 AM

Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 30/11/2009
Posts: 982
Location: bangkok
555 แหล่มเลยครับคุณOle' เอา พรบ.บ้านจัดสรรแบบง่ายๆมาให้อ่านกัน ผู้เขียนก็ไม่ใช่ใครที่ไหนอาจารย์ประมาณเจ้าเก่านี่เอง ท่านลูกบ้านอาจคุ้นๆชื่อแต่อาจจำหน้าไม่ได้ พ่อน้องตูนขอเอาหน้ามาลงให้เตือนความจำอีกที จากรายการทนายไขทุกข์คู่หูทางทีวีนั่นเอง คนซ้ายคืออาจารย์ประมาณ คนขวาคืออาจารย์วันชัย ทำรายการกฏหมายความรู้แบบชาวบ้านๆให้เข้าใจกันแบบง่ายๆ Very Happy

ส่วนเรื่องหมู่บ้านของเราก็ต้องว่ากันไปตามความถูกต้องล่ะครับ สิ่งใดน่าจะเป็นการรับผิดชอบจากทางโครงการก่อนส่งมอบก็ต้องเป็นไปตามนั้น สิ่งใดที่ควรจะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของลูกบ้านหรือนิติบุคคลหมู่บ้านในอนาคตก็ต้องว่ากันไป หรือถ้ามีการบิดพริ้วเลี่ยงบาลีกันก็ต้องตามเช็ดกันต่อไป แต่หวังว่าอย่าให้มีปัญหาคาราคาซังกันเลยครับ หมู่บ้านของเราจะได้อยู่กันอย่างร่มเย็นถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอย่างมีความสุขชั่วลูกชั่วหลานสืบไป

หน้าที่ของผู้อยู่อาศัย

หากคุณผู้อ่านเข้าไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรโดยมีจุดมุ่งหมาย (แปลก ๆ) คือเพื่อต้องการ หลีกหนีจากสังคม ญาติพี่น้อง ผู้คน และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร…ถึงได้มาซื้อบ้านท่ามกลางคนที่ไม่รู้จักนี่ไงจ๊ะ หรือยึดความคิดที่ว่า “ตูไม่ยุ่งกับใคร ใครก็อย่ามายุ่งกับตู ไม่อยากเกี่ยวพันกับใครเพราะธุระก็ไม่ใช่…ตูอยู่เฉย ๆ ในบ้านดีกว่า” แบบนี้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของคุณแน่นอนครับ เพราะกฎหมายระบุว่าผู้ซื้อบ้านจัดสรร หรือที่ดินจัดสรรทุกรายจะกลายเป็นสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรโดยอัตโนมัติ เพื่อร่วมเสนอแนะกฎเกณฑ์การอยู่อาศัย การใช้พื้นที่ส่วนกลาง ฯลฯ (ซึ่งหมายความว่าคุณก็ต้องมีหน้าที่ไปประชุมในที่ประชุมใหญ่ของหมู่บ้านครับ)

ว่าแต่ว่าผมชอบท่อนนี้จังอ่ะ 555 ลูกบ้านวงศ์สว่างอย่าเป็นแบบนี้นะจ๊ะไม่งั้นล่ะได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านศุภาลัยเป็นหมู่บ้านบรรลัยแน่นอนจ๊ะBad Grin


พ่อน้องตูน attached the following image(s):
ประมาณ.jpg


Ole'
Posted: Wednesday, February 24, 2010 12:23:19 AM

Rank: Member
Groups: Member

Joined: 28/06/2008
Posts: 229
Location: นนทบุรี
อันนี้ก็น่าสนใจ

การบริหารจัดการ หมู่บ้านจัดสรรภายหลังสิ้นสุดการดูแลของบริษัทบ้านจัดสรร
รูปแบบการบริหารจัดการโครงการหมู่บ้านจัดสรร อย่างที่มีการบริหารจัดการอยู่ปัจจุบัน ก็มีอยู่ 4 วิธี ดังนี้
1. การให้บริษัทจัดสรรเดิม บริหารจัดการต่อไป
2. การจ้างบริษัทรับบริหารจัดการ เข้ามาดูแลใหม่
3. การยกพื้นที่ในหมู่บ้านเป็นสาธารณะ ให้สำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. เป็นผู้ดูแล
4. การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตาม พรบ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ขึ้นมาบริหารจัดการ
ส่วนใหญ่แล้ววิธีที่1 บริษัทจัดสรรเดิมนั้น ไม่ค่อยรับบริหารต่ออยู่แล้วเนื่องจากบริษัทดังกล่าวจะต้องหากำไรสูงสุด จึงมุ่งไปในการผลิตโครงการใหม่ขึ้นมาดีกว่า
วิธีที่2 ตอนนี้ยังมีบริษัทที่รับบริหารจัดการหมู่บ้านจัดสรร ที่มีประสบการณ์ค่อนข้างน้อย หรือ แทบจะไม่ค่อยมีเลยก็ว่าได้ เท่าที่มีก็เฉพาะอาคารใหญ่ๆ
วิธีที่3 เป็นวิธีที่พบมากที่สุดในยุคก่อนมี พรบ. จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เนื่องจากไม่ต้องหาผู้รับผิดชอบใดๆ ผลักภาระดังกล่าวให้กับหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. ดูแล การจัดเก็บค่าส่วนกลางก็ไม่มี มีแต่ค่าใช้จ่ายทั่วๆ ไป เช่น ค่าขยะ ค่าภาษีบำรุงท้องที่ เท่านั้น
วิธีที่4 เป็นวิธีใหม่ที่หน่วยงานของรัฐที่คิดวิธีนี้คิดว่าเป็นวิธีที่ผลักภาระได้ดูดีที่สุด ทั้งที่เราเสียภาษีให้กับท้องที่? โดยได้บรรจุไว้ใน พรบ. จัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้จัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมามีบทบาทและหน้าที่ในนามคณะกรรมการหมู่บ้านในการบริหารจัดการ เพื่อให้มีการบริหารจัดการเอง เช่น การรักษาความปลอดภัย ความสะอาด การจัดเก็บขยะ การดูแลสาธารณูปโภค และทรัพย์สินส่วนกลาง ตลอดจนการดูแลข้อระเบียบการอยู่ร่วมกัน
บริษัทบ้านจัดสรรได้ผลประโยขน์อะไรจาก การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
1. บริษัทบ้านจัดสรรโยนหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ซื้อ (นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร) เป็นฝ่ายดูแลรับผิดชอบแทนทั้งหมด
2. บริษัทบ้านจัดสรรมีหน้าที่จ่ายค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ เฉพาะแปลงที่ดินซึ่งยังไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้บุคคลภายนอกเท่านั้น
3. บริษัทบ้านจัดสรรจะได้รับเงินประกันคืนจากกรมที่ดิน ซึ่งสำหรับหมู่บ้านขนาด 100 หลังขั้นไป ก็จะเป็นหลักล้านเลยทีเดียว เพราะตาม พ.ร.บ.การจัดสรร พ.ศ. 2543 เจ้าของโครงการต้องมี "แบงก์การันตี" เพื่อสร้างสาธารณูปโภคก่อนขายโครงการ 15% ของมูลค่าก่อสร้าง เมื่อสร้างแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ของรัฐตรวจการใช้งานผ่านแล้ว จึงสามารถเอาแบงก์การันตี 15% คืนได้ แต่ยังต้องมีแบงก์การันตีไว้อีก 7% ของมูลค่าสาธารณูปโภคเพื่อบำรุงรักษาสาธารณูปโภคของโครงการ และเมื่อโครงการแล้วเสร็จ มีผู้อยู่อาศัยจนถึงตามกำหนดต้องส่งมอบสาธารณูปโภคให้นิติบุคคลดูแลต่อไป และต้องโอนเงิน 7% ดังกล่าวเข้าบัญชีนิติบุคคลทันที จึงคุ้มกับการที่บริษัทบ้านจัดสรรจะใช้ทุกวิธี แม้แต่การใช้นอมินี เพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้สำเร็จจนได้
หลากหลายปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง “นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร” ที่ผู้ซื้อบ้านยุคใหม่ควรรู้...
ปัญหาการร้องเรียนที่เกิดภายหลังการจัดตั้งนิติบุคคลนับวันจะเพิ่มขึ้น เช่น ข้อมูลการร้องเรียนทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค [สคบ.] (2546) พบว่าคำร้องเรียนทางจดหมายเกี่ยวกับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปัญหามักเกี่ยวกับ
1 ค่าซ่อมสาธารณูปโภค ใครควรจ่าย: ปัญหาที่เกิดขึ้นเกือบทุกโครงการกับการที่ บริษัทบ้านจัดสรร จะต้องส่งมอบสาธารณูปโภคต่างๆ พื้นที่ส่วนกลางเข้าสู่นิติบุคคลที่มีลูกบ้านเป็นผู้ดูแล คือ ลูกบ้านไม่รับโอน เนื่องจากไม่พอใจในสาธารณูปโภคที่ไม่คงเดิม ถนนแตกร้าว ระบบท่อน้ำ และอื่นๆ เริ่มมีปัญหา โดยในกรณีที่บริษัทบ้านจัดสรร ก็มักให้เหตุผลว่า ลูกบ้านเองก็ได้ใช้สาธารณูปโภคส่วนกลาง และเมื่อเกิดการใช้งานย่อมเสื่อมสภาพตามเวลา ซึ่งเหตุผลนี้ ลูกบ้านก็จะโต้กลับทันทีว่า สาธารณูปโภคไม่น่าจะเสียหายในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะมีการใช้งาน แต่เป็นเพราะมีรถขนาดใหญ่ของงานก่อสร้างบริเวณโครงการด้านในซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จทีหลัง เข้าออก มากกว่าที่ทำให้ถนนเสื่อมสภาพเร็ว ไม่ใช่การใช้งานปกติของผู้อยู่อาศัย
เทคนิคของบริษัทบ้านจัดสรร ก็จะพยายามผลักดันให้มีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โดยอาจเป็นนอมินี เพื่อมารับมอบสาธารณูปโภคแต่โดยดี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อตัดภาระค่าดูแลสาธารณูปโภคที่ชำรุด โดยผลักมาให้เป็นภาระจากเงินกองกลางนิติบุคคลแทน โดยสังเกตได้จากความเอื้ออารี เต้นท์ เก้าอี้ ไมค์ ฯลฯ ตลอดมา นิติบุคคลที่ดีย่อมทวงถามให้บริษัทบ้านจัดสรร จัดการซ่อมแซมทรัพย์สินสาธารณะเช่น ถนน ท่อน้ำ ฯลฯ ให้เรียบร้อย แต่ที่เป็นจริงก็คือ มีการซ่อมผิวถนนด้านหน้าและเว้นไปทำด้านหลังสุดอย่างประหลาด ผิวถนน ด้านในถัดมา ยังคงแตกเป็นเส้นๆ น่าเกลียดน่ากลัว นอกจากนี้ภายหลังการโอนทรัพย์สินส่วนกลาง บริษัทบ้านจัดสรรจะได้รับเงินประกันคืนจำนวนหลายล้านบาท จากกรมที่ดิน ซึ่งตามปกตินิติบุคคลสามารถเจรจาให้บริษัทบ้านจัดสรรมอบบางส่วนไว้สำหรับเป็นกองทุนเพื่อดูแลสาธารณูปโภค แต่อนิจจานิติบุคคลที่แสนดีนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย

2 การบ้าอำนาจของคน เมื่อมีบุคคลอันไม่ทราบหัวนอนปลายเท้า เข้ามาเป็นกรรมการหมู่บ้าน กรรมการเหล่านี้เป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริงหรือไม่ หากติดกู้ธนาคาร ใช่คนที่ทำสัญญากู้หรือไม่ กู้แล้วทิ้งหรือโดนแบงค์ยึดหรือยัง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกตรวจสอบแต่อย่างใด หรือเค้าอาจเป็นนอมินีของบริษัทบ้านจัดสรร หรือมิฉาชีพปะปนมาก็ได้ เพราะใช้กริยาวาจาเสียงดัง ข่มขู่ พูดจาเหมือนคนไร้การศึกษา ไม่เคารพความเป็นคนของผู้อึ่น ทั้งที่เป็นสามัญชนคนธรรมดา มิได้มีอำนาจใดๆตามกฎหมาย มาทำการจัดเก็บเงินค่าส่วนกลาง เงินที่จัดเก็บมาอ้างว่าเข้าบัญชีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร แต่ไม่มีหลักฐานการเปิดบัญชี (คงเป็นเพราะเปิดบัญชีนิติบุคคลฯไม่ได้ เพราะทะเบียนนิติบุคคลที่จดไว้ ยังไม่มีชื่อกรรมการ) แถมยังออกบิลเงินสด พอโดนทักท้วง ก็เลยไปทำตรายางมาประทับให้เห็นว่าเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พอตบตาพวกไม่รู้ประสีประสาไปได้ แท้ที่จริง บิลที่ไม่มีเลขที่ มันก็คือเศษกระดาษที่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานใดๆได้ เพราะสามารถปลอมได้ การเสียสละมาช่วยเก็บเงินก้อนโต โดยไม่มีบัญชีนิติบุคคลฯ แนวโน้มส่อความไม่โปร่งใส เนื่องจากยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการถาวร ยังไม่มีการแสดงรายการค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ชัดเจน หากอนาคตเงินหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ลูกบ้านทำได้แค่มองตาปริบๆ หรือบ่นพึมพำ งึมงำ เท่านั้น พอนานๆเข้า ก็อึมครึม จนทุกคนก็ไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้ายก็ล้มครืน จนไม่มีกรรมการหน้าไหนอยากเข้ามารับช่วงบริหารงาน การมีเงินอยู่ในมือกรรมการนอกจากจำนวนมากเท่าที่เคยเห็นมีแต่ผลเสีย และเมื่อเสียหายแล้วสมาชิกมักไม่รู้เรื่องหรือถ้าทราบก็ไม่กล้าพูดมาก จนกลายเป็นเรื่องจ่ายเพื่อตัดความรำคาญ ซื้อความสบายใจไปที
3 การที่สมาชิกไม่ยอมจ่ายส่วนกลาง จากผลการศึกษาทางรัฐศาสตร์เรื่องประชาธิปไตยโดยตรง จึงขอสรุปว่าสมาชิกหมู่บ้านจัดสรรทุกแห่งพร้อมที่จะร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคทั้งนั้น แต่ต้องถูกต้องโปร่งใสชัดเจน ให้เกียรติแก่สมาชิกในการมีสิทธิ์รับรู้ข้อมูล ไม่ทำเหมือนเขาเป็นตัวอะไร ทุกครั้งที่ได้ยินว่าสมาชิกหมู่บ้านเลวร้ายไม่ยอมจ่าย มักมองเห็นคนที่ไม่มีความคิด เพียงแต่ใช้ปากพูดนินทาว่าร้ายให้ผู้อื่นเสียหาย ทั้งที่น่าจะหันกลับไปมองกรรมการหมู่บ้านว่ามีลักษณะอย่างไร ทำอย่างไรสมาชิกทุกคนจึงยินดีจ่ายด้วยความเต็มใจ หากให้ความกระจ่างชัดเจนมีหลักฐาน ไม่โมเมหรือไม่บอกความจริงอย่างใดอย่างหนึ่ง การใช้จ่ายเงินทุกรายการ ต้องให้สมาชิกรับทราบโดยพร้อมเพรียง ยึดถือและเคารพในมติสมาชิกกรรมการ มีหน้าที่ทำตามมติจริงๆ ไม่ใช่แค่ในฝันเท่านั้น
4 การจ้างเหมายาม แม่บ้าน ช่างสวน: มีการเบียดบังเอาประโยชน์เฉพาะตน เช่น บางหมู่บ้านจ้างยามที่เป็นคนใกล้ชิดกับกรรมการบางคน เพื่อใช้งานส่วนตัวเป็นวินมอเตอร์ไซค์ เป็นคนรับลูกกลับจากโรงเรียน หรือช่วยนอนเฝ้าถึงในบ้านระหว่างที่ไม่อยู่ นี่ยังไม่นับพนักงานทำความสะอาด และช่างสวน อีกที่ไม่รู้ว่าได้ค่าจ้างเดือนละกี่หมื่น แล้วหักเป็นค่าหัวคิวอีกเท่าไหร่ พวกคนหาเช้ากินค่ำกลับมืด มักตามืดมัวไม่เคยทราบว่ามีคนนั่งนอนนับเงินสบายใจขณะที่เราต้องทำงานหลังขดหลังแข็ง จ่ายเงินให้คนเสวยสุข แล้วก็ยิ่งทุกข์เมื่อบ้านเราโดนงัด ข้าวของก็โดนขโมย หาความปลอดภัยไม่ได้ซักนิด
5 การใช้ พรบ.จัดสรรที่ดิน 2543 มาอ้างความชอบธรรม ก็เป็นที่ชอบอกชอบใจของคนที่เป็นกรรมการที่มีความพอใจกับอำนาจนิยม โมเมเหมาว่ากฎหมายให้กรรมการมีอำนาจกระทำการใดๆก็ได้ ยิ่งชาวบ้านที่ไม่ได้อ่านหรือไม่เข้าใจกฎหมายนี้ กรรมการได้ทีหลอกจูงสมาชิกไปไหนๆให้เป็นที่สนุกสนาน หลอกให้สมาชิกมาประชุม โดยไม่ให้รายละเอียดวาระการประชุม เพื่อทำทีเป็นร่วมออกตั้งกฎตั้งข้อบังคับ ทั้งที่ไปจัดทำเอง ที่เรียกให้มาประชุมก็แค่ต้องการให้ลงชื่อร่วมประชุมเสร็จก็เหมาะลายเซ็นว่าสมาชิกลงมติเป็นเอกฉันท์ ไม่ต้องส่งข้อบังคับจดทะเบียนต่อกรมที่ดิน (ตามกฎกระทรวง 7) ให้ใครดูทั้งนั้น ต้องการจดทะเบียนให้เสร็จเท่านั้น แล้วก็ใช้บังคับตามกฎหมายได้อย่างสบาย เงินที่เก็บมาเกินก็ใช้จ่ายกันสบาย เช่น อาจจะใช้เพื่อเลี้ยงรับรองกันในหมู่กรรมการ เอาไว้ใช้เงินช่วยงานทำบุญงานศพส่วนตัวก็ได้ ใครจะไปรู้ได้ ซึ่งไม่อยู่ในกรอบ พรบ.ที่ดิน 2543 ไม่มีคนอยากยุ่ง ไม่มีการตรวจสอบ พอสอบถามกรมที่ดินทั้งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง คณะอนุกรรมการจัดสรรที่ดินฯ ได้ความว่าเขาไม่หน้าที่เข้าไปจัดการ จดแล้วก็แล้วกัน หมดภาระเค้าแล้ว จะต้องฟ้องศาลเอาเอง อะไรอะไรก็ต้องฟ้องศาลเอง
6 การไม่รายงานกิจการ งบดุล บัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้วต่อคณะกรรมการภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีและประกาศรายงานดังกล่าวโดยเปิดเผยให้สมาชิกทราบ ซึ่งเป็นไปตามตามกฏกระทรวง ว่าด้วยการขอจดทะเบียนจัดตั้งการบริการการควบ และการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.ศ. 2543 ในข้อ 17 ซึ่งกำหนดให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต้องรายงานกิจการ งบดุล บัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้วต่อคณะกรรมการภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีและประกาศรายงานดังกล่าวโดยเปิดเผยให้สมาชิกทราบด้วย และให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบกิจการ การบัญชี และการเงิน ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามที่คณะกรรมการกำหนด จะเห็นได้ว่านิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่มีเจตนาไม่สุจริต ก็จะอ้างถึงแต่มาตรา 48 ของ พรบ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เท่านั้น เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บเงินจากลูกบ้าน สรุป เงินเท่านั้นที่ต้องการ การตรวจสอบไม่ต้องมีหรอกนะ ไม่บอกด้วยว่ามีอะไรที่ต้องทำ
7 มีความเป็นไปได้ถึงความไม่ชอบมาพากล และการรับสินบนการจัดตั้งนิติบุคคลจากบริษัทบ้านจัดสรร ที่จะยอมเสียเงินหลักแสนบาท จ้างเหล่ามิจฉาชีพ มากระทำการจัดตั้งเพื่อประโยชน์บางประการ อีกทั้งยังเอื้อถึงช่องทางในการหากินกับงบประมาณกองกลางอันหอมหวานในอนาคตอีกด้วย ดังเคยมีตัวอย่างมาแล้วจากในกรณีนิติบุคคลอาคารชุดที่ผู้บริหารเงินเหล่านี้ ทนความเย้ายวนของเงินที่ไม่มีคนตรวจสอบไม่ไหว จนต้องหอบเงินหนีไปเป็นคดีมากมาย สุดท้ายที่เหลือไว้ก็คือความชอกช้ำใจของเหล่าสมาชิกผู้รักความสงบ และขี้เกรงใจ / ลองพิจารณาดูเองละกันว่าจะทำงัยดีกับกรณีนี้ / หากจะจ่ายก็ต้องแน่ใจถึงความถูกต้องหลายๆอย่าง Are you sure?

มาจาก http://www.prakard.com/Default.aspx?g=posts&t=195777
Ole'
Posted: Wednesday, February 24, 2010 12:29:40 AM

Rank: Member
Groups: Member

Joined: 28/06/2008
Posts: 229
Location: นนทบุรี
ต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม จากข้อที่เป็นสีแดงๆ น่ะ

การรู้กฎหมายนี่มีแต่ข้อดีจิงๆ
V5
Posted: Wednesday, February 24, 2010 9:44:59 AM
Rank: Guest
Groups: Guest

เยี่ยมมาก คุณ ole พวกเราลูกบ้านควรจะได้ศึกษากันไว้ล่วงหน้า เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ในขณะนี้ เหมือนไร้ทิศทาง หลักเกณฑ์ ที่จะควบคุม กำกับ ลูกบ้านบางคนที่ล่วงล้ำสิทธิของเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่เขารู้สึกโดดเดี่ยวต้องต่อสู้อยู่คนเดียว น่าเห็นใจจริง ๆ
ลูกบ้าน ไม่มักได้
Posted: Thursday, February 25, 2010 3:32:32 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

เห็นด้วย ลูกบ้านที่เอาแต่ได้ ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน จะได้เกรงใจกันบ้าง ถอนเสาออกไป
ไม่ฝืนมติหลักเกณฑ์ของหมู่บ้านที่มาจากลูกบ้านโดยส่วนรวม
ลูกบ้านเห็นแก่ได้
Posted: Friday, February 26, 2010 10:21:03 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

ลูกบ้านควรมีการรวมตัวกันบ้าง เพื่อหารือช่วยเหลือลูกบ้านที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเพื่อนบ้านที่
เห็นแก่ตัว
Ole'
Posted: Sunday, February 28, 2010 11:50:34 PM

Rank: Member
Groups: Member

Joined: 28/06/2008
Posts: 229
Location: นนทบุรี
Update ก่อนลูกบ้านจะโอนรับชุมชนมาบริหารเอง

เมื่อวันพฤหัส (25/2/2010) ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสได้โทรเข้าไปเพื่อสอบถามว่าหมู่บ้านเราจะต้องโอนรับชุมชนมาบริหารเองเมื่อไร เพราะผมก็อยู่มา 1 ปีแล้วก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไร???? ก็ได้แต่สอบถามเพื่อนบ้าน (หมู่บ้านอื่น) ว่าเขามีหลักการณ์อย่างไร ก็เลยได้คุยกับ ผจก.ส่วนบริหารชุมชนของเรานี่เอง ก็เลยได้คำตอบมาว่า ที่นี่ หมายถึงศุภาลัยวิลล์ วงศ์สว่าง ได้ถอนเงินประกันต่างๆที่ได้ไปติดต่อกับหน่วยงานราชการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อธันวาที่ผ่านมา แล้วด้วยข้อกฎหมายอีกประมาณ 1ปี ทางโครงการจะมอบการดูแลบริหารชุมชนให้คนในชุมชนได้ร่วมกันบริหารเอง โดยจะต้องได้รับเสียงจากลูกล้านทั้งหมดมากกว่าครึ่งนึงของจำนวนทั้งหมด ถึงจะสามารถโอนกันได้ ถามว่าถ้าไม่ถึงล่ะจะเป็นยังต่อ ก็ศุภาลัยจะดูแลเราต่อไปไง Bad Grin

ก่อนถึงวันนั้น ทางโครงการจะมอบเหรียญ เอออ ไม่ใช่ซิ จะมอบที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์ของหมู่บ้านมาให้ ก็น่าจะติดที่ป้อมยามหรือไม่ก็ที่สวนนะ ก็จะได้รับภายในหนึ่งอาทิตย์ พร้อมกันนั้นในนั้นทางผมก็แจ้งไปแล้วว่าจะขอดูรายจ่ายทั้งหมดของปี 52 ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และได้รับแจ้งว่าในปี่ 53 นี้ทางโครงการจะสรุปมาให้ทราบโดยเป็นแบบ 3 เดือนครั้งโดยผ่ายทาง บอร์ดประชาสัมพันธ์นี้ ทางลูกบ้านก็จะได้รับทราบกัน ส่วนป้อมยามเดลื่อนที่ ที่ผมอยากจะเห็นมากที่สุดซึ่งจะมาประจำการอยู่ที่ต้นซอย9 ก็ได้รับแจ้งเช่นกันว่าจะได้ใน 1 อาทิตย์ (ขอให้เป็นอย่างนั้น สาธุ) ผมล่ะเกรงใจพี่ รปภ. จะแย่อยู่แล้ว ต้องมานั่งๆ ยืนๆ แบบว่ามาอยู่ตรงนีเพื่ออะไร???? ถ้ามีป้อมให้เขาอยู่ก็จะได้ทราบกันว่า ออออ มาอยู่เพื่อปัฏิบัติหน้าที่นี่เอง Razz จริงๆแล้วโดยตามปกติทางโครงการเขาอยากจะให้คนในหมู่บ้าน รับๆไปบริหารกันเองอยู่แล้ว ซึ่งเขาก็ทราบดีอยู่แล้วว่า คณะกรรมการหมู่บ้านนั้นไม่มีเงินเดือน มีแต่ความรับผิดชอบถ้าโอนการดูแลในสภาพที่เป็นอยู่อย่างนี้ลูกบ้านไม่รับแน่นอน ทางโครงการเขาใช้คำว่า "Clean" ที่แปลว่าสะอาดน่ะ หมายถึงว่าเขาจะมาแก้ไขทั้งหมดให้ว่ามีจะเป็นถนนร้าว ทางเท้าแตก ฝาท่อน้ำแตก ลอกท่อน้ำทั้งหมด รวมไปถึงการร้องขอจะลูกบ้านให้เช็คระดับท่อน้ำรวมถึงขนานด้วย (อันนี้ไม่ได้บอกมาแต่ลูกบ้านควรจะขอ) และอื่นๆ (ค่อยมาคุยกัน) ก่อนให้ทั้งหมด ก่อนการรับมอบจากลูกบ้าน อันนี้ผมแอบเชียร์นะ จ้างบริษัทมาดูแลได้เลยจะดีกว่า แต่ทางโครงการจะมาแนะนำว่าจะต้องนำเนินการอย่างไรนั้น จะมาตอนประมาณเดือน 6 นี้

ก็รอ Update กันใหม่นะครับ ส่วนตัวแล้วเวลาน้อยนะครับ ถ้าช้าอย่าว่ากันนะ ลูกยังเล็กอยู่ครับ Laughing
V5
Posted: Monday, March 01, 2010 4:04:23 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

แจ๋วเลยคุณโอเล่ ยังไงก็ขอให้พวกเราลูกบ้านพร้อมใจกันลงคะแนน เพื่อดูแลพวกเรากันเองเถอะ อะไร ๆ มันจะได้รวดเร็วทันใจดี
สุดซอย 7
Posted: Tuesday, March 09, 2010 12:56:29 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

สภาพที่โครงการดูแลมาประมาณ1 ปีก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า......ห่วยแตกแค่ไหน....ให้ดูแลต่อไปคงไม่ใช่แต่มีเงินซื้อบ้านเท่านั้นแต่ต้องไง่ด้วย
นวล
Posted: Tuesday, August 10, 2010 5:06:00 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

บ้านใจแก้วเอรวัณ โครงการ 7 ที่เชียงใหม่ กรณีเจ้าของโครงการทำท่อน้ำทิ้งหลอกเทศบาล ต่อมาเมื่อเข้ามาอยู่ถึงทราบว่าไม่มีท่อระบายน้ำ ทำให้มีน่ำขังท่วมในหมู่บ้าน ทั้งที่แบบแปรน ที่ยื่นกับ เทศบาลตำบลหนองผึ้ง มีท่อน้ำทิ้ง กรณีเช่นนี้จะหาทางแก้ไขยังไง ใครต้องรับผิดชอบ โครงการเพิ่งสร้างแล้วเสร็จประมาณ เดือน เมษายน
Ole'
Posted: Thursday, November 04, 2010 1:21:29 PM

Rank: Member
Groups: Member

Joined: 28/06/2008
Posts: 229
Location: นนทบุรี
เห็นว่าดีเลยเอามาให้อ่านครับ จาก HBIRM ใน Website

เอชบี อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ (HBIRM) เผยประชาชนยังไม่เข้าใจสาระสำคัญของ พรบ.จัดสรรที่ดินฉบับใหม่ ชี้นิติบุคคลบ้านจัดสรรเป็นเรื่องดี ในขณะที่ยังมีโครงการอีกจำนวนมากไม่สามารถจัดตั้งได้ เพราะมีจุดอ่อนตรงที่ไม่มีใครอธิบายถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ วอนรัฐเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้

นายธนันทร์เอก หวานฉ่ำ อดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชบี อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (HBIRM) ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารชุมชน เปิดเผยถึงการประกาศใช้พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ใช้แทนกฎหมายฉบับเดิมคือประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 พ.ศ.2515 ซึ่งใช้มายาวนานถึง 17 ปี ว่า มีข้อบกพร่องและมีความไม่เหมาะสมหลายประการ เช่น มาตรการในการคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรรให้ได้สิทธิ์ในที่ดินที่ทำสัญญาจะซื้อจะขาย รวมทั้งการกำหนดมาตรการในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ฯลฯ

หากพิจารณาถึงสาระสำคัญของการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ผู้จัดสรรประสงค์จะจัดสรรที่ดินเพื่อจำหน่ายให้กับผู้ซื้อตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไปจะต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานที่ดิน และเมื่อสร้างแล้วเสร็จจะต้องดูแลสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะไปจนกว่าจะครบกำหนดที่ระบุไว้ในแผนการจัดสรร เมื่อครบกำหนดแล้วต้องการที่จะพ้นจากความรับผิดชอบในการดูแลบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ก็ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ซื้อดำเนินการจัดประชุม ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

นายธนันทร์เอก กล่าวถึงข้อดีของการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรว่า คณะกรรมการหมู่บ้านมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย กล่าวคือสามารถจัดเก็บเงินค่าใช้จ่ายได้ กำหนดระเบียบต่างๆได้ รวมถึงเป็นโจทย์ฟ้องร้องคดีผู้ที่ผิดระเบียบได้ นอกจากนี้แล้วยังมีความเป็นธรรม เนื่องจากสมาชิกผู้ซื้อทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเหมือนกัน เช่น ต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายในสัดส่วนที่เท่ากัน ทั้งยังได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินที่เป็นสาธารณูปโภค หมู่บ้านมีระเบียบวินัยเพราะมีข้อบังคับใช้บังคับกับทุกคน มีความเป็นประชาธิปไตยสมาชิกสามารถเลือกตั้งตัวแทนเป็นคณะกรรมการได้ ที่สำคัญมีบทลงโทษสำหรับผู้ค้างชำระและไม่ปฏิบัติตามระเบียบ

สำหรับข้อเสียของกฎหมายนั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยบางคนไม่พอใจ เนื่องจากต้องมีภาระค่าใช้จ่าย นอกจากนี้แล้วสมาชิกถูกกำจัดสิทธิ์บางอย่าง เช่น รถยนต์ที่ไม่มีสติ๊กเกอร์ต้องแลกบัตร และการตกแต่งต่อเติมบ้านต้องได้รับอนุมัติจากนิติบุคคลก่อน ที่สำคัญสมาชิกที่ฝ่าฝืนข้อบังคับอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าการเป็นนิติบุคคลเป็นเรื่องที่ดีเพราะมีกฎหมายรองรับการทำงานของคณะกรรมการและคุ้มครองสมาชิก แต่ก็มีบางโครงการที่ไม่สามารถจัดตั้งได้ อาจจะเป็นเพราะไม่มีใครไปอธิบายให้เห็นถึงประโยชน์ หรืออาจมีความขัดแย้งบางอย่างกับผู้จัดสรร สรุปแล้วกฎหมายนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัว ขึ้นอยู่ว่าจะเลือกปฏิบัติกันอย่างไร

ทั้งนี้ การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพื่อรับโอนสาธารณูปโภคไปดูแล ขบวนการนี้ผู้จัดสรรส่วนใหญ่ทราบดีอยู่แล้ว แต่มีบางโครงการเท่านั้นที่จำไม่ได้ว่าจะครบกำหนดเมื่อไร ต้องไปตรวจดูในเอกสารจากหน่วยงานราชการ ซึ่งตามระเบียบของกรมที่ดินนั้นผู้จัดสรรต้องดูแลไม่น้อยกว่า 1 ปีนับตั้งแต่วันที่หน่วยงานราชการตรวจแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดดังกล่าวผู้จัดสรรต้องมีหนังสือแจ้งถึงผู้ซื้อว่าขอให้จัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เมื่อผู้ซื้อได้รับหนังสือแล้วก็จะต้องส่งหนังสือเชิญประชุมให้สมาชิกด้วยกันรับทราบและมาร่วมประชุม หากมีเสียงเห็นด้วยให้จัดตั้งนิติบุคคลไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงย่อยทั้งหมดในโครงการ เช่น ถ้ามี 100 แปลงจะต้องมีผู้เห็นด้วยให้จัดตั้งไม่น้อยกว่า 50 แปลง ก็สามารถจัดเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการบ้านจัดสรรส่วนใหญ่ก็คือ ผู้ซื้อบ้านจัดสรรส่วนใหญ่ต้องการให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่ก็ไม่รู้ว่าจดแล้วมีข้อดีและไม่ดีอย่างไร ดังนั้น ภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากกว่าที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจถึงผลดีและผลกระทบในการอยู่อาศัยร่วมกันหลังจากมีการจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

num
Posted: Friday, May 13, 2011 3:06:02 PM
Rank: Guest
Groups: Guest

Exclamation คนอยู่ทาวน์ house
คือผมมีความอึดอัดในการอยู่ จะฟ้องร้องคณะนิติบุคคล ก็จะเป็นเรื่องราวอาจจะทำลายซึ่งความปลอดภัยต่อครอบครัวคือ การไม่เกรงใจกันสร้างมลภาวะทางเสียงอย่างสม่ำเสมอ ทุกวัน คว่มอยากรู้ในเรื่องส่วนบุคคลอย่างแรงและจริงจัง ในบ้านผมไม่ว่าจะทำดีก็แล้ว อดทนต่างๆนานา มากกว่า 3ปี และสุดทนคือการนินทาอย่างเผาขนคือยังไม่ไปพ้นหน้าเลยก็เอากันตอนนั้นแหละ รู้สึกสุดทนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ขอท่านที่มีความรู้ช่วยแนะนำการทำตัวอย่างไรดี เพราะเราลงทุนไปกับตรงนี้เพื่อครอบครัวของเรา.....จะย้าย......จะขายก็ไม่คุ้มทนอยู่ไปวันผ่านวัน มีระบบการจัดการปัญหาแบบนี้อย่างไรดีครับ ให้มีผลกระทบน้อยๆๆบ้างไหมครับ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าในคำแนะนำอาจจะเปิดโลกกะทัดศ์ให้ได้บ้าง E-MAIL numaoy_r@ hotmail.com ขอขอบคุณครับ
Forum Jump
You can post new topics in this forum.
You can reply to topics in this forum.
You cannot delete your posts in this forum.
You cannot edit your posts in this forum.
You cannot create polls in this forum.
You cannot vote in polls in this forum.

Main Forum Rss Feed : RSS

Powered by Yet Another Forum.net version 2.2.0 - 16/08/2011 
Copyright © 2003-2006 Yet Another Forum.net. All rights reserved.